ปัญหาโลกแตก Plastic หรือ Paper

paper is good for environment?

Plastic หรือ Paper กับการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ? ขยะพลาสติกล้นโลกยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วทุกประเทศต่างให้ความสำคัญ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราได้เห็นทั้งโครงการที่จะยกเลิก ลด และ แทนที่บรรจุภัณฑ์พลาสติกด้วย bio-degradable ต่าง ๆ น่าเสียดายที่ โควิด-19 ทำให้หลาย ๆ โครงการงดแจกถุงพลาสติกต้องถูกเลื่อนออกไป ด้วยเหตุผลทางด้านสุขภาวะอนามัย แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังเห็นการพยายามลดการใช้พลาสติก เช่น การที่ร้านอาหารดังหลาย ๆ ร้านเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษ หลอดกระดาษ รวมถึง Bio-plastic แทนถุงพลาสติก หลอดพลาสติก ผ่านบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปสำรวจว่าจริง ๆ แล้วการใช้วัสดุทดแทนพลาสติกเหล่านี้ ดีต่อโลกกว่า จริงหรือไม่? เพื่อที่จะเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของวัสดุต่าง ๆ

ผลกระทบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ฟาร์มปลา vs น้ำเสีย

แคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา หน้าร้อนที่ผ่านมา ปลาแซลมอนหลายสิบล้านตัวถูก”ต้มสุก”ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ถิ่นอาศัยปกติของพวกมัน ที่ซึ่งมันใช้แหวกว่ายหากินและเติบโตมายาวนานนับปี สาเหตุก็คือภาวะโลกร้อน อุณหภูมิโลกที่สูงผิดปกติ แสงแดดแผดเผาและความแห้งแล้ง(น้ำน้อยและแหล่งน้ำตื้นเขิน)ทำให้อุณหภูมิน้ำเพิ่มสูง การเพิ่มจำนวนของปาราสิตและตะไคร่น้ำ จนถึงขีดอันตรายต่อปลาแซลมอนที่เป็นสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำเย็นถึงเย็นจัด ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เหล่านักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์ต้องร่วมมือขนานใหญ่ ต้องมีการผันน้ำจากแหล่งน้ำอื่นจากที่ไกลออกไป เข้าไปเติมปริมาณน้ำ สร้างสะพานปลาเทียม ทำทางด่วน ทางลัด ช่วยให้ปลาสามารถว่ายออกสู่มหาสมุทรได้เร็วขึ้น หรือแม้กระทั่งมีการขนย้ายปลาโดยตรงด้วยรถบรรทุก เพื่อรักษาชีวิตปลาหลายล้านตัว เหตุการณ์ (สภาะวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม) ทำนองนี้จะเกิดขึ้นอีก ถี่ขึ้น และมันก็จะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับปลาแซลมอน ปลาอีกหลายชนิดที่อยู่ในธรรมชาติก็จะได้รับผลกระทบในทำนองเดียวกัน ปัจจุบันทั่วโลก สายพันธ์ปลากว่า 90% กำลังจะสูญพันธ์ และส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม ภาวะโลกร้อนทำลายล้างสภาวะ สมดุลของธรรมชาติ มีความรุนแรงมากขนาดไหน ลองนึกภาพแนวปากะรังที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ออสเตรเลีย พื้นที่โดยรวม 350,000 ตร.กม.อย่าง

โลกเหลือเวลาอีกไม่มาก

ประชุมสุดยอดโลกร้อน COP26 by GREENTIPS

มุมน้ำเงิน (สหรัฐอเมริกา) We Don’t Have Much More Than 10 Years US President . Joe Biden สถาณการณ์โลกร้อนตอนนี้มาถึงจุดวิกฤติ เรามีเวลาอีกอย่างมากไม่เกิน 10ปี ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเด็นให้สัมภาษณ์เมื่อไม่กี่วันที่ผ้านมา เขากล่าวระหว่างเข้าเยี่ยม California’s Office of Emergency Services เขาย้ำว่าปัญหาโลกร้อน ความแห้งแล้ง และไฟป่าที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในสหรัฐ ทำอันตรายต่อทั้งชีวิตทรัพย์สิน และสร้างเสียหายมหาศาลประเมินค่าไม่ได้ ทางเศรฐกิจ ล้วนเกิดจากปัญหาสะสมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และเขายืนยันเจตนารมณ์ตามที่เขาเคยให้ไว้ตอนเข้ารับตำแหน่ง ว่าจะสนับสนุนการแก้ปัญหาเรื่องนี้จริงจัง ล่าสุดเขาเตรียมเสนอขออนุมัติเงินช่วยเหลือจากรัฐสภา (ซึ่งก็คงไม่ได้จะทำได้โดยง่าย เพราะมีผู้เห็นต่างมากพอสมควร) ในวงเงินมูลกว่าสูงกว่า

แฟชั่นเพิ่มอุณหภูมิโลก

fashion hurting the world

งดรับถุงหรือเลิกแต่งตัว (อะไรช่วยโลกได้มากกว่า) บรรจุภัณฑ์พลาสติก ปัจจุบัน การตะหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมคงเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วกัน และพวกเราส่วนมากก็คงมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่มากก็น้อย เลือกบริโภคแบรนด์สินค้าและสนับสนุนกิจการของแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และแน่นอนการ เลือกบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล ก็ดูเหมือนเป็นตัวเลือกต้นๆ ที่พวกเราถือปฎิบัติกัน ในเชิงการตลาด สินค้าแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ต่างรู้แนว หันมารับลูก อย่างร้านสะดวกซื้อเชนยักษ์ 7-11 ก็งดแจกถุงพลาสติก ให้กับลูกค้าที่แวะเพื่อซื้อสินค้า”สะดวกซื้อ” สะดวกรับประทานกัน แต่ตอนนี้(อาจ)ไม่ได้สะดวกถือ ทำเอาลูกค้าต้องลำบากขึ้น หอบของกินหลายไซส์พะรุงพะรัง (คือมันไม่เหมือนไปช๊อปปิ้ง ที่เราไปห้างๆ และก็เตรียมตัวนำถุงผ้าไปซือของจริงจัง ร้านกาแฟรุ่นใหญ่ Starbucks / true coffee ก็สนับสนุนให้ลูกค้านำแก้วกาแฟมาจากบ้าน มีส่งเสริมการขาย สร้างแรงจูงใจด้วยการลดราคา เทรนด์นี้ทั้งร้านเล็กใหญ่ ก็ตามกันมา … Amazon Coffee ของ

มนุษย์(คง)ต้องหาโลกใบใหม่

มนุษย์(คง)ต้องหาโลกใบใหม่

เป็นที่รู้กันว่ากันการเพิ่มไม่หยุดของประชากรโลก (Exponential Human Population Growth) ที่เกินกำลังจะรับไหวของระบบนิเวศน์โลก จะนำมาซึ่งความล่มสลายของสภาพแวดล้อม จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกปีในอัตราก้าวกระโดด เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติจากโลกใบนี้อย่างฟุ้มเฟือย (ทั้งบนดินน้ำท้องฟ้าหรือใต้บาดาล) มีจากรายงานล่าสุด จำนวนทรัพยากรโลกที่เราใช้ลงไปภายใน 50 ปีล่าสุดที่ผ่านมา คำนวณแล้วมีปริมาณมากกว่าการใช้สะสมที่มนุษยชาติทั้งหมดใช้กันตั้งแต่เริ่มกำเนิดเผ่าพันธ์มนุษย์ อ้างอิงจาก Australian Academy of Science “มนุษย์เราต้องการโลกมากถึง 1.5 ใบ (หนึ่งโลกกับอีกครึ่งใบ) เราจึงจะสามารถดำรงชีวิตในแบบที่เราประพฤติปฎิบัติตัวอยู่ในปัจจุบันได้” หรือแปลความหมายอีกนัยหนึ่งว่า ปริมาณของทรัพยากรที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ หรือก็คือนำออกจากระบบนิเวศน์โลก ภายในเวลาหนึ่ง (1) ปี ระบบนิเวศน์ของโลกเราต้องการเวลามากถึงหนึ่งปีครึ่ง หรือ 18 เดือนทีเดียวเพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพ เติมคืนกลับมาดังเดิม ทางออกอยู่ที่ไหน มีการเสนอทางออกจากสถานการณ์น่าวิตกนี้ตั้งแต่เมื่อ 25 ปีที่แล้ว

ฝนถล่มหนักน้ำทะลักท่วมเขาใหญ่

ฝนถล่มหนักน้ำทะลักท่วมเขาใหญ่

ฝนถล่มภาคตะวันออก “ปราจีนบุรี” น้ำป่าเขาใหญ่-ทับลานไหลหลากเข้าท่วม 4 หมู่บ้านในพื้นที่ อ.นาดี ก่อนทะลักท่วมชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี เป็นครั้งที่ 2 | ไทยรัฐ ชัยภูมิ เกิดเหตุระทึกขวัญ ฝนกระหน่ำหลายวันติด น้ำป่ากดเซาะผิวดิน ทำหินถล่มทับ โรงพยาบาลสนาม | ข่าวสด เหตุการณ์ล่าสุดรายงานเมื่อวานนี้ 9-9-2021 เป็นอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แชะจะเกิดขึ้นอีกซ้ำซากในประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดที่มีการรายงาน ขณะนี้น้ำท่วมกระทบพื้นที่ใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ กระทบกับชาวบ้านกว่า 6หมื่น5พันครัวเรือน ทำความเดือดร้อนไปทั่ว จนรัฐต้องจัดหางบประมาณจำนวนมากเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ที่ได้ผลกระทบ ซึ่งในภาพใหญ่ ที่เราได้พบเจอกันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และก็พบปรากฎการณ์ถี่ขึ้นเรื่อยๆ คือน้ำท่วมใหญ่ในเขตเมือง มลพิษจากฝุ่น PM2.5 ดินถล่ม ปะการังฟอกขาว อัตราเร่งของการสูญพันธ์ของสัตว์

พลเมืองโลกพุ่งฉุดไม่อยู่

พลเมืองโลกพุ่งฉุดไม่อยู่

จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ 8 พันล้าน (8 Billion) และกำลังนำเราเข้าสู่ยุคแอนโทรโปซีน ( ช่วงเวลาทางธรณีที่มนุษย์สร้างผลกระทบกับโลกจนเกินจุดย้อนกลับ ) ที่ตัวเลขประชากรจะแตะเข้าใกล้ 9.5 พันล้านภายในปี 2050 โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ที่ตัวเลขพีคสุดขึ้นในช่วงไม่มีร้อยปีหลัง ที่กราฟเติบโตของประชากรโลกในช่วงเวลานั้น World Polution History มียอดพุ่งสูงแรงแซงอัตราการเกิดของมนุษยชาติ ตั้งแต่ช่วงที่มีการบันทึกอย่างเป็นทางการ และด้วยสมองกับสองมือของพวกเราชาวโลก เราเริ่มสร้างเมือง อาคารตึกราม ไร่นา พัฒนาระบบเศรฐกิจ กำเนิด Industrial Revolution 1.0 (การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรก) เมื่อกว่า 260 ปีที่ผ่านมา เติบโตขยายกำลังการผลิตการบริโภค ดึงสินแร่ ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งบนดิน ในน้ำ หรือใต้พิภพจนถึงจุดที่หลายอย่าง

๒ ปีหลังโควิท-19 ยึดโลก

ก็าซเรือนกระจกลดลงอย่างมีนัยสำคัย

ภาวะโรคร้อนดีขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอ แน่นอนพวกเราคงจะคิดว่าโลกหลังโควิทผ่านไป คงทำให้ภาวะโลกร้อนดีขึ้น อุณหภูมิโลกคงกลับลงมาเย็นลง ธรรมชาติคงเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ พื้นที่ป่าไม้ ต้นน้ำแม่น้ำภูเขา และเหล่าสิงสาราสัตว์ ต่างมีที่ทางฟื้นตัวกลับมา หลังจากผ่านไปเกือบ 2 ปี โลกของเรา(ยัง)คงล๊อคดาวน์ต่อไป การใช้ชีวิตแบบบริโภคนิยม และการขับเคลื่อนเศรฐกิจด้วยการใช้พลังงานจากฟอสซิลลดลงมหาศาล ส่งผลให้การปล่อยก๊าซ CO2 ตัวการหลักของปัญหาก๊าซเรือนกระจก ลดลงไปถึง 2.6หมื่นตัน หรือ 7% ภายในช่วงปี2020 เพียงปีเดียว จากตัวเลขรายงานใน Chart และ บทวิเคราะห์ ของ Nature.com ก็ ดูจะเป็นเช่นนั้น แต่เอาเข้าจริงๆ สถานการณ์อาจไม่เป็นอย่างนั้นทั้งหมด อ้างอิงจากตัวเลขที่นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมได้ติดตามวิเคราะห์ข้อมูล แล้วพบว่าตัวเลขที่ลดลงนั้นดูเหมือนยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นภาวะโรคร้อนที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 มีการประเมินกันจากนักวิจัยว่า เราต้องลดการปล่อยก๊าซ CO2